การฟ้องคดีปิดปาก หรือ Strategic Lawsuits Against Public Participation (SLAPP) คือการใช้กระบวนการทางกฎหมายทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา หรือมาตรการทางกฎหมายอื่น เพื่อกดดัน ข่มขู่ หรือสร้างภาระให้กับบุคคลที่ออกมาแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ หรือมีส่วนร่วมในประเด็นสาธารณะ ลักษณะสำคัญของ SLAPP ไม่ได้อยู่ที่การชนะคดี แต่คือการทำให้ผู้ถูกฟ้องหยุดพูด หรือไม่กล้ามีส่วนร่วมในการแสดงออกสาธารณะ เช่น ไม่กล้าแสดงความเห็นอีก หวาดกลัว เมื่อเป็นคดีต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย และเผชิญความกดดันจากกระบวนการทางกฎหมาย เช่น การฟ้องนักกิจกรรม นักข่าว หรือชาวบ้านที่ออกมาพูดเรื่องสิ่งแวดล้อม การทุจริต หรือผลกระทบต่อชุมชน แม้เรื่องนั้นจะเป็นประโยชน์สาธารณะก็ตาม กล่าวคือ เพื่อจำกัดหรือขัดขวางการมีส่วนร่วมของประชาชนในประเด็นสาธารณะ โดยมักก่อให้เกิดภาระและแรงกดดันต่อผู้ถูกดำเนินคดีมากกว่ามุ่งแสวงหาความยุติธรรม
.
ท่ามกลางข้อถกเถียงเรื่องการใช้กฎหมายในลักษณะดังกล่าว ล่าสุดได้เกิดกรณีในจังหวัดปราจีนบุรี เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 นางบุษบงก์ ชาวกัณหาอดีตข้าราชการ ถูกหมายเรียกคดีในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากการแสดงความคิดเห็นผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นสาธารณะในพื้นที่โดยตั้งคำถามเกี่ยวกับการแต่งตั้งที่ปรึกษาชาวจีนที่ถูกยกเลิกคำสั่งผู้ว่าปราจีนบุรีเพราะคนปราจีนบุรีไม่เอาจีนเทา โดยมีนายจู จุ้นเฉิง (Mr. Juncheng Zhu) เป็นผู้เข้าแจ้งความร้องทุกข์
.
เบื้องต้น ผู้ถูกกล่าวหามีกำหนดเข้าพบพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจภูธรเมืองปราจีนบุรี เดิมในวันที่ 21 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและแสดงหลักฐาน อย่างไรก็ตาม คดีดังกล่าวอยู่ภายใต้การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายจาก สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และได้มีการประสานขอเลื่อนนัดเป็นวันที่ 23 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น.
.
ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวถูกจับตาว่าอาจเข้าลักษณะของการดำเนินคดีเชิงยุทธศาสตร์เพื่อปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชนในประเด็นสาธารณะ และมีการเรียกร้องให้ติดตามความคืบหน้าอย่างใกล้ชิดต่อไป
.
22 เมษายน 2569
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน

