
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้อง คดีเดฟ ชยพล นศ ม.ธรรมศาสตร์ ฟ้องกลับ สตช. ออกหมายจับ ม.112 ผิดพลาด #ให้เหตุผลคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย มิได้ประมาทเลินเล่อและมิได้เจตนาใส่ร้ายโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย
.
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้อง คดีเดฟ ชยพล นศ ม.ธรรมศาสตร์ ฟ้องกลับ สตช. ออกหมายจับ ม.112 ผิดพลาด #ชี้คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย มิได้ประมาทเลินเล่อและมิได้เจตนาใส่ร้ายโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย อีกทั้งข้อหาหรือฐานความผิด ม.112 เป็นความผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นความผิดร้ายแรงอันกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ กระทบต่อจิตใจของปวงชนชาวไทย และเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง กลุ่มผู้กระทำความผิดกระทำความผิดในลักษณะไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง กระทำความผิดในลักษณะเป็นมวลชนกลุ่มใหญ่ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของทางราชการเป็นวงกว้าง และกระทำความผิดติดต่อกันมานาน ยากแก่การจับกุม ดังนั้นเจ้าพนักงานตำรวจจึงต้องเร่งรีบสืบสวน ปราบปราม เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ทำการสืบสวนสอบสวนมาโดยรอบคอบแล้ว โดยมีพยานหลักฐานน่าเชื่อว่าโจทก์มีส่วนร่วมในการกระทำความผิดจริงตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น จึงไม่มีเหตุจำเป็นที่ต้องออกหมายเรียกโจทก์มาพบพนักงานสอบสวนก่อน
.
ต่อมาคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้ตรวจสอบเพิ่มเติมแล้วพบว่ายังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะยืนยันการกระทำความผิดของโจทก์ได้ คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนจึงยื่นคำร้องขอยกเลิกหมายจับโจทก์ต่อศาลจังหวัดธัญบุรีทันทีในวันที่ 15 มกราคม 2564 และศาลจังหวัดธัญบุรีไต่สวนคำร้องและพิจารณาพยานหลักฐานการขอยกเลิกหมายจับแล้วซึ่งเป็นเวลาก่อนที่โจทก์จะถูกจับกุมและถูกแจ้งข้อกล่าวหาจากเจ้าหน้าที่ของจำเลย การกระทำของคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ทำการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไปโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่เป็นการกระทำโดยประมาทเลินเล่อและมิได้มีเหตุจูงใจที่จะตั้งข้อหาโจทก์ให้ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ของจำเลยจึงไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์
.
ในส่วนที่โจทก์อุทธรณ์อ้างว่า การที่เจ้าพนักงานตำรวจยื่นคำร้องขอออกหมายจับโจทก์นั้น ทำให้โจทก์มีชื่อเป็นบุคคลที่เคยถูกออกหมายจับในฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเมื่อมีการสืบค้นก็จะพบประวัติอาชญากรดังกล่าวจึงขอให้ลบข้อมูล ประวัติอาชญากรที่มีอยู่ในฐานข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติออกทั้งหมดนั้น ศาลอุทธรณ์เห็นว่าพนักงานสอบสวนยังมิได้นำข้อมูลหมายจับของโจทก์ดังกล่าวเข้าลงในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหมายจับของจำเลยแต่อย่างใด ประกอบกับประวัติ อาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจำเลยนั้น การที่บุคคลจะมีประวัติอาชญากรได้ จะต้องมีการพิมพ์ลายนิ้วมือ และส่งไปตรวจสอบที่กองทะเบียนประวัติอาชญากร จึงจะมีประวัติของบุคคลดังกล่าวอยู่ในฐานข้อมูลของกองทะเบียนประวัติอาชญากรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจำเลยได้ ซึ่งโจทก์ยังมิได้เคยถูกเจ้าหน้าที่ของจำเลยจับกุมและพิมพ์ลายนิ้วมือแต่อย่างใด จึงไม่มีประวัติของโจทก์ปรากฏอยู่ในกองทะเบียนประวัติอาชญากรในหน่วยงานของจำเลย ส่วนอุทธรณ์ของโจทก์ในประเด็นอื่น ๆ ไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำต้องวินิจฉัยที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องมานี้ ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ ทุกข้อฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
.
อ่านทั้งหมดของคดีได้ที่
อ่านศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้สืบพยานคดีชยพล ดโนทัย นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฟ้องกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีถูกออกหมายจับคดี 112 ผิดพลาดได้ที่ : https://www.facebook.com/naksit.org/photos/5665420106859774
.
อ่านศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้กำหนดนัดชี้สองสถานและกำหนดแนวทางการดำเนินคดี หรือสืบพยานโจทก์ คดีชยพล ดโนทัย นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฟ้องกลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีถูกออกหมายจับคดี 112 ผิดพลาด : https://www.facebook.com/naksit.org/photos/4758333404235120
.
อ่านสัมภาษณ์ชยพล ถึงเหตุผลในการฟ้องคดีและผลกระทบที่ได้รับจากการถูกออกหมายจับผิดพลาด ได้ที่ https://www.facebook.com/115427115192462/posts/4102049559863511/?d=n
.
อ่านคำสั่งยกเว้นค่าธรรมเนียนศาลในคดีนี้ได้ที่ https://www.facebook.com/naksit.org/photos/4334364609965337
