25 มกราคม 2569 ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
ไอลอว์ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเวทีเสวนาวิชาการและข้อเสนอภาคประชาชนในหัวข้อ
“#เห็นชอบรัฐธรรมนูญใหม่ ประเทศไทยเป็นไปได้”
พร้อมเวทีเสวนาวิชาการเรื่อง “ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ หากได้เขียนรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชน”

ผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย
ดร. อภินพ อติพิบูลย์สิน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. อารยา บัวบาล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ดร. คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และรองศาสตราจารย์ ดร. อภิชาต สถิตนิรามัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
โดยมี อาจารย์ฐิติรัตน์ ทิพย์สัมฤทธิ์กุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินรายการ

นักวิชาการทั้งห้าคนเห็นพ้องกันว่า การ “เห็นชอบ” ให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในการออกเสียงประชามติวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของสังคมไทย ทั้งในมิติของกลไกการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจ สิทธิในสิ่งแวดล้อม ความเท่าเทียมทางเพศ ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง ตลอดจนอนาคตของประเทศโดยรวม
ผู้ร่วมเสวนาเน้นย้ำว่า รัฐธรรมนูญไม่ใช่ของชนชั้นนำ และไม่ใช่เพียงกระดาษที่ไร้คุณค่า หากแต่เป็นกติกาสูงสุดที่กำหนดทิศทางชีวิตของประชาชน รัฐธรรมนูญจึงควรยึดโยงกับประชาชนให้มากกว่านี้
ในมิติด้านเศรษฐกิจและปากท้อง รัฐธรรมนูญมีผลโดยตรงต่อการออกแบบกฎหมายและกลไกการบังคับใช้ ซึ่งปัจจุบันถูก “ล็อก” ไว้ ไม่เอื้อต่อการพัฒนา แม้สังคมไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ คนทำงานต้องทำงานหนักขึ้นเป็นสองหรือสามเท่า แต่เศรษฐกิจกลับไม่เติบโตไปมากกว่านี้ โครงสร้างรัฐธรรมนูญ เช่น แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยังเป็นข้อจำกัดต่อการกำหนดนโยบายของรัฐบาล และถูกใช้เป็นกรอบในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ หากนโยบายใดขัดกับกรอบดังกล่าว แม้จะนำไปสู่การพัฒนา ก็อาจถูกวินิจฉัยให้เป็นโมฆะ
นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดด้านระบบตัวแทน เช่น บทบัญญัติที่ไม่เปิดทางให้ ส.ส. ย้ายสังกัดพรรค การคงอยู่ของกลไกที่ไม่สะท้อนเจตจำนงของประชาชน และการขาดประสิทธิภาพของระบบการเมือง ทำให้คนรุ่นต่อไปไม่สามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ
ในด้านสิทธิ นักวิชาการชี้ว่าสิทธิในสิ่งแวดล้อม สิทธิทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงในชีวิต ล้วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมเสียงข้างมาก ผ่านโครงสร้างของวุฒิสภา องค์กรอิสระ และกระบวนการร่างที่ไม่ผ่านความยินยอมของประชาชน ส่งผลให้เกิดรัฐบาลที่ไม่สะท้อนเจตจำนงของประชาชน ขาดเสถียรภาพ และไม่สามารถผลักดันนโยบายของพรรคที่ได้รับเสียงอันดับหนึ่งได้
โครงสร้างดังกล่าวยังนำไปสู่การสูญเสียความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ การผูกขาดทางเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับกลุ่มอำนาจที่ไม่กระจายอย่างเป็นธรรม เมื่อรัฐธรรมนูญถูกร่างขึ้นโดยรัฐบาลที่ขาดประสิทธิภาพ ผลลัพธ์จึงสะท้อนกลับมาในรูปของระบบการเมืองและเศรษฐกิจที่ถดถอย
นักวิชาการยังเปรียบเทียบกับรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งแม้รัฐบาลในขณะนั้นจะมีทั้งข้อดีและข้อจำกัด แต่เป็นผลผลิตของกระบวนการเลือกตั้ง รัฐบาลอยู่ครบวาระ และสามารถผลักดันนโยบายสำคัญ เช่น ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ ขณะที่กติกาทางการเมืองในปัจจุบันกลับยืดอายุรัฐบาลที่ไร้เสถียรภาพยาวนาน โดยไม่สามารถปฏิรูประบบราชการหรือแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้จริง
ผู้ร่วมเสวนาทิ้งท้ายว่า หากสังคมไทยยังเลือก “อยู่แบบไม่เปลี่ยน” ประเทศจะถอยหลังลงคลอง ความดีเพียงอย่างเดียวไม่อาจช่วยคนทำงานรุ่นใหม่ได้ การนำเจตจำนงของประชาชนและเสียงข้างมากขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ จำเป็นต้องอาศัยรัฐธรรมนูญที่เปิดพื้นที่ให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้จริง
แถลงการณ์เครือข่าย สนส.
แถลงการณ์เครือข่าย
สนส. แสดงเจตจำนงในการเห็นชอบว่า ประเทศไทยจำเป็นต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
#เราเห็นชอบ เพราะการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่คือหนทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกลไกทางการเมืองที่บิดเบี้ยว ผิดพลาด อันเกิดจากการกระทำของคณะรัฐประหาร
#เราเห็นชอบ เพื่อเยียวยาผลกระทบจากกลไกเหล่านี้ และจากความอยุติธรรมเชิงโครงสร้างที่กดทับผู้คนเอาไว้มาอย่างยาวนาน
#เราเห็นชอบ เพื่อกล่าวคำขอโทษต่อเยาวชนรุ่นใหม่ และต่อผู้สูงวัยที่พลาดโอกาสและอนาคตอันสดใสงดงามที่พึงจะได้รับ
#เราเห็นชอบ เพื่อสร้างความหวัง ความหวังที่จะหล่อเลี้ยงประเทศไทยให้ดีกว่านี้ได้ ความหวังที่จะนำไปสู่สังคมไทยที่เคารพสิทธิมนุษยชน
เห็นชอบรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อสังคมไทยที่เคารพสิทธิมนุษยชน เป็นไปได้
