.
จากเหตุการณ์ที่สภายุโรปมีมติประณามประเทศไทยเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันเป็นการฝ่าฝืนต่อหลักการด้านประชาธิปไตย ในกรณีส่งกลับชาวอุยกูร์ไปยังประเทศจีนโดยมิชอบ และการใช้กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยเรียกร้องให้ไทยยับยั้งการเนรเทศชาวอุยกูร์ที่ยังคงถูกคุมขังและให้มีการปฏิรูปกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา และเมื่อคืนที่ผ่านมากระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์กำหนดข้อจำกัดการขอวีซ่าต่อเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่มีส่วนรับผิดชอบหรือมีส่วนร่วมส่งกลับชาวอุยกูร์ 40 คนจากประเทศไทย เมื่อ 27 ก.พ. 2568
.
มติของสภายุโรปและแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาดังกล่าวเป็นการตอกย้ำถึงสภาพปัญหาด้านการปกป้องและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ยังไม่ได้มีการแก้ไขให้เป็นไปตามหลักสากลที่ไทยเป็นรัฐภาคีโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต่อกติกาสากลด้านสิทธิมนุษยชนว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights: ICCPR) หรือคำมั่นสัญญาต่าง ๆ ของประเทศไทยต่อประชาคมโลก อาทิ ถ้อยแถลงคำมั่นของประเทศไทยในการเป็นประเทศต้นแบบด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย จนนำไปสู่การได้รับเลือกเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (United National Human Rights Councils: HRC) วาระปี 2568-2570 เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2567 หรือการส่งรายงานทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของไทยภายใต้กลไกกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review: UPR) ภายใต้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ฉบับกลาง (ระหว่างปี 2565-พฤษภาคม 2567) ที่ได้รายงานความคืบหน้าว่าประเทศไทยได้มีพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ที่ระบุชัดเจนถึงสิทธิที่จะไม่ถูกทรมานว่าเป็นสิทธิมนุษยชนที่ไม่อาจละเว้นได้และการไม่ผลักดันไปสู่อันตราย (non-refoulement) ซึ่งหลักการไม่ผลักดันกลับนี้ ไทยยังได้รายงานถึงการจัดตั้งกลไกคัดกรองระดับชาติ (National Screening Mechanism: NSM) ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการคัดกรองคนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศอันเป็นภูมิลำเนาได้ พ.ศ.2562 เพื่อยืนยันเจตนารมณ์ของไทยต่อธรรมเนียมปฏิบัติด้านมนุษยธรรมและหลักการผลักดันกลับสู่อันตราย
.
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนเห็นว่ามติของสภายุโรปและแถลงการณ์กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาดังกล่าว ไม่ได้เป็นข้อเรียกร้องที่เกิดขึ้นใหม่แต่เป็นข้อเรียกร้องที่ภาคประชาชนเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยมาโดยตลอดแต่กลับถูกเพิกเฉย
.
ดังนั้น สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยรับรองว่ารัฐบาลไทยจะไม่ดำเนินการส่งชาวอุยกูร์ที่ยังอยู่ในประเทศไทยกลับให้ประเทศจีนและรวมถึงผู้ลี้ภัยอื่น ๆ ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะเป็นการส่งกลับไปเผชิญอันตราย และต้องยุติการเพิกเฉยต่อเสียงของประชาชน โดยดำเนินการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการปฏิรูปกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและประชาธิปไตย เพื่อเร่งฟื้นฟูหลักนิติรัฐนิติธรรมและความน่าเชื่อถือของไทยในเวทีโลกอย่างจริงจังแน่วแน่ต่อไป
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
15 มีนาคม 2568

